หลักสูตรอบรมองค์กร

หลักสูตรอบรมองค์กร,  หลักสูตรอบรมผู้บริหาร C Level, การโค้ช CEO, หลักสูตรอบรม ภายใน องค์กร และ พัฒนาหลักสูตรเพื่อการจัดฝึกอบรมสัมมนาให้พนักงาน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ถ้าคุณสนใจและต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตรของเรา

รบกวนใส่ข้อมูลในช่องลงทะเบียนด้านข้างนี้ ทางเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับอย่างเร็วที่สุด

หลักสูตรการอบรมการโค้ชผู้บริหาร C Level มีอะไรบ้าง

หลักสูตร " จิตวิทยาภาวะผู้นำ 7 ระดับ "

ทำไมต้องอบรมหลักสูตรนี้

ในหลายๆองค์กรไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่อาจจะเคยเจอคนที่มีประสิทธิภาพในการทำงานสูงแต่ไม่สามารถเข้ากับคนได้ ไม่สามารถจัดการกับสภาวะอารมณ์ได้  เก่งงานแต่ไม่เก่งคน  หรือบางองค์กรมีผู้นำที่เก่งคนแต่ไม่เก่งงาน จะดีกว่าไหมถ้าองค์กรคุณมีผู้นำที่ “เก่งทั้งคนเก่งทั้งงาน” 

เพราะในยุคที่การแข่งขันสูงมากขึ้น เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โลกของเราต้องการการเรียนรู้ที่รวดเร็วมากขึ้น จึงทำให้คนในองค์กรต้องพัฒนาตัวเองอย่างรวดเร็ว ถ่ายทอดความรู้และปรับตัวให้ทันกับภาวะที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างก้าวกระโดด ดังนั้นถ้าหากองค์กรต้องการทีมที่มีความแข็งแกร่ง ปรับตัวเพื่อการเติบโตได้เร็ว เติบโตได้ไกล มีวิสัยทัศน์ ขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยยังคงความสามัคคีกลมเกลียวกันเป็นหนึ่งได้ “คุณสมบัติของภาวะผู้นำในองค์กร ” คือกุญเเจสำคัญของความสำเร็จในการสร้างองค์กรนั้นเลย

แต่! หลายองค์กรเข้าใจผิดว่าผู้นำ ต้องอยู่ในระดับหัวหน้างานเเละสูงขึ้นไปเท่านั้น   จริงๆเเล้วภาวะผู้นำที่ว่าไม่ได้ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร, หัวหน้างาน หรือ พนักงานระดับปฎิบัติการ   ทุกคนสามารถมีภาวะผู้นำอยู่ในตัวได้ เพียงแค่บางครั้งองค์กรไม่รู้ว่าคนเหล่านั้นอยู่ในระดับไหนเท่านั้นเอง  และเพราะ หลักสูตร ” จิตวิทยาภาวะผู้นำ 7 ระดับ” เขาได้รู้ว่าตัวเขาเองอยู่ในระดับไหน การเติบโตไปในระดับถัดไปต้องพัฒนาอะไรอย่างเฉพาะเจาะจง  เพื่อบริษัทเองได้เปิดโอกาสให้คนในองค์กรได้เติบโต   ดังนั้นเมื่อการเรียนรู้ พัฒนาบุคลากร พัฒนาได้ถูกจุด และใช้ศักยภาพในสิ่งที่โฟกัสจริงๆ ผู้นำของคุณจะถูกดึงศักยภาพสูงสุดออกมา เพื่อให้พัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคง ยั่งยืนและคุ้มค่ากับการลงทุนในการพัฒนาผู้นำ

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อสร้างผู้นำที่มีความสามารถในการเรียนรู้ เปิดใจ รักการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง
  2. เพิ่มความสามารถในการบริหารจัดการคน อ่านคนออก บอกคนได้ มีทักษะในการปรับตัวและสื่อสารให้สอดคล้องกับปัจเจกบุคคลได้หลากหลายรูปแบบ
  3. เพื่อให้ผู้นำในองค์กรสามารถจัดการอารมณ์ ( Emotional Intelligence ) ความเครียด และปัญหาความสัมพันธ์ในองค์กรได้อย่างดี
  4. เพื่อสร้างผู้นำที่สามารถสอนงาน ถ่ายทอดความรู้เป็น ทั้งในรูปแบบ Mentor พี่เลี้ยง และการเป็นผู้นำที่เป็นโค้ชเป็น
  5. เพื่อให้ผู้นำเติบโตอย่างมีสติ ไม่ยึดติดกับ Ego ที่เพิ่มขึ้นตามตำเเหน่งเเละยังคงรักการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา

กลุ่มเป้าหมาย

ระดับหัวหน้างาน ผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้บริหารระดับ C Level

รูปแบบการอบรม

เช้า – เย็น : 9.00-17.00 น.
ทฤษฎี 30 %
ปฏิบัติ 70 %

Workshop Interactive
การเรียนรู้แบบ Adult Learning และ Activity Base

**ผ่านการคุย Dialogue **

รายละเอียด

 เรียนทั้งหมด 8 วัน โดยแบ่งออกเป็น 7 ระดับ และ 7 ระดับนี้จะแยกตามระดับ ซึ่งควรเรียนตั้งแต่ขั้นแรกไปจนถึงขั้นสุดท้ายตามนี้

Level 1: เรียนรู้เรื่อง Growth Mindset การเข้าใจแรงจูงใจ เข้าใจแรงบันดาลใจ เข้าใจตัวเอง ทำให้ผู้นำรู้ว่าคนแรกที่ต้องนำคือตนเอง รู้จักตนเองในมุมกลไกของจิตวิทยาเพื่อขับเคลื่อนตัวเองให้ดีขึ้น

Level 2: ภาวะผู้นำในมุมมองที่ต้องติด Speed ตัวเองอย่างรวดเร็ว ต้องเข้าใจตัวเองในเชิงลึกของจิตวิทยา และสามารถมีความรู้ความเข้าใจในการขับเคลื่อนและปลดล็อกศักยภาพของตัวเองด้วย Mindset และมุมมองของจิตวิทยาสื่อประสาท ซึ่งจะทำให้เป็นผู้นำที่เสถียรมากขึ้น

Level 3: ภาวะผู้นำที่สามารถสร้างปฏิสัมพันธ์กับทีมงาน เพื่อนร่วมงาน หรือผู้ใต้บังคับบัญชาได้อย่างดีเยี่ยม จะส่งผลทำให้ทีมทำงานได้อย่างมีความสุข มีความกลมเกลียวและส่งผลให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพขั้นสูง และทักษะที่สำคัญสำหรับผู้นำคือการ “สื่อสาร” นั่นเอง

 

Level 4: Self Management หรือ ประสิทธิภาพส่วนบุคคล จะเน้นไปที่คนหนึ่งคน ถ้าทำ Performance ตัวเองให้ดีต้องจัดการตัวเองอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นมุมของวิธีการคิดการบริหารเวลาให้ตัวเองมีประสิทธิภาพสูงสุด การจัดลำดับ Priority การวางตารางแผนงาน การจัดระบบระเบียบความคิด หรือการฝึกวิธีการตัดสินใจ รวมถึงความฉลาดทางอารมณ์ การจัดการความเครียดของตัวเองอีกด้วย

Level 5: ระดับผู้นำที่สามารถถ่ายทอดงานหรือสอนงาน รู้และเข้าใจกระบวนการจริงๆในการถ่ายทอดงาน เพื่อให้ไม่เกิดปัญหาเวลาสอนแล้วทีมงานจำไม่ได้หรือสอนแล้วผิดผลาดเรื่องเดิม จริงๆแล้วปัญหาอาจจะไม่ได้อยู่ที่ผู้เรียน แต่อาจจะอยู่ที่เทคนิคการสอนของเราหรือตัวเราที่ไม่เข้าใจวิธีการถ่ายทอดกันแน่

 

Level 6: ผู้นำในมุมของการโค้ช การโค้ชไม่ใช่การสอนแต่การโค้ชจะเป็นการใช้คำถามเป็นกระจกสะท้อนให้คนๆนั้นได้รู้คำตอบโดยตัวเขาเอง ซึ่งทักษะนี้จะยกระดับ Critical Thinking และ ยกระดับ Self Esteem หรือความมั่นใจในตัวเอง สำหรับผู้นำที่ต้องการจะปั้นผู้นำ ซึ่งแสดงว่าทักษะการโค้ช ไม่ใช่การสอนเพื่อสร้างผู้ตาม แต่ทักษะการโค้ชเป็นการสอนผู้นำให้สร้างผู้นำ โดยการให้เขาตอบตัวเองบ่อยๆ แล้วเขาก็จะเจอเส้นทางที่ชัดเจนขึ้นหรือคมขึ้นนั่นเอง

 

Level 7: ผู้นำระดับตำนาน คือผู้นำที่อุทิศตนเองเพื่อส่วนรวม ผู้นำที่พร้อมที่จะเป็นผู้ให้ ปราศจากการตัดสิน เข้าใจทุกอย่างเป็นกลาง มีจรรยาบรรณ จริยธรรม และมีประสบการณ์ที่มากมายแต่ยังคงให้เป็นน้ำที่ไม่เต็มแก้ว ยังคงเป็นผู้ใหญ่ที่รักการเรียนรู้เป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จระดับสูง ผู้นำที่ถ่อมตนซึ่งเป็นบทเรียนที่สำคัญที่สุดในเลเวลสุดท้าย

ทำไมต้องเลือก LifeEnricher สำหรับ หลักสูตร
Corporate Training

LifeEnricher เป็นบริษัทฝึกอบรมที่มุ่งมั่นสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาและเสริมสร้างชีวิต ที่จะนำพาบริษัท หรือ องค์กรของคุณให้มีประสิทธิภาพและบรรลุตามเป้าหมายได้อย่างชัดเจน โดยแบ่งการอบรมออกมาเป็นหัวข้อต่างๆ เช่น เทคนิคการโค้ชสำหรับผู้นำยุคใหม่, วิเคราะห์ได้ ขายเป็น เห็นผลลัพธ์, การพัฒนาองค์กรสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงบวก, การจัดการอารมณ์และความเครียดในที่ทำงาน เป็นต้น อีกทั้งหลักสูตรในการอบรมนี้ สามารถออกแบบให้ตรงกับวัตภุประสงค์ในการอบรมของบริษัทนั้นๆได้อีกด้วย

จากผลงานที่ผ่านมา Life Enricher ได้มีโอกาสอบรมให้กับองค์กรชั้นนำระดับประเทศ เช่น บริษัท เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน), บริษัท ตำรับไทย สมุนไพรไทย จำกัด, บริษัท แกรนด์ คอส กรุ๊ป จำกัด, ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และเเบรนด์ชั้นนำอื่นๆอีกมากมาย เชื่อมั่นได้เลยว่า ประสิทธิภาพ และคุณภาพในการถ่าย ทำให้การเรียนรู้ขององค์กรคุณเข้าใจและนำไปประยุของวิทยากรในเครือ Life Enricher สามารถทำให้ทีมงานของคุณเปลี่ยนแปลงได้อย่างก้าวกระโดดอย่างแน่นอน

อีกทั้ง Life Enricher ยังมีวิทยากรมากความสามารถที่พร้อมสำหรับการอบรมให้กับองค์กรของคุณ นำโดย คุณ โอม หะริน Elite Coach CEO ผู้ก่อตั้งบริษัท LifeEnricher สถาบันให้การรับรอง Certified เรื่อง Neuron Linguistic Programming หรือ จิตวิทยาสื่อประสาท ในมาตรฐานระดับสากลจาก ABNLP ประเทศอเมริกา, Emotional Hypnotic Therapy ในมาตรฐานระดับสากลจาก IHA จากทางยุโรป, และ Peak Performance Coaching หลักสูตรการโค้ชชิ่งเพื่อดึงศักยภาพของ LifeEnricher Group และ Elite Coach ชื่อดังท่านอื่นๆ ภายใต้การดูแลของ LifeEnricher อีกด้วย

“บริษัทชั้นนำที่ไว้วางใจให้ LifeEnricher อบรมพนักงาน”

หลักสูตร อบรม ภายใน องค์กร และ การโค้ชผู้บริหาร

หลักสูตรการอบรมพนักงานภายในองค์กร มีอะไรบ้าง?

หลักสูตร เทคนิคการเป็นวิทยากรมืออาชีพ

Techniques for being a professional speaker Program

Objective

  1. เพื่อให้ตระหนักในความสำคัญของการพัฒนาองค์กรที่มีผลต่อความสำเร็จขององค์กร
  2. เพื่อให้เข้าใจหลักการ และเรียนรู้เทคนิคในการพัฒนาองค์กรที่มีประสิทธิผล
  3. เพื่อฝึกปฏิบัติการใช้เทคนิคการพัฒนาองค์กรให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด

วิเคราะห์ได้ ขายเป็น เห็นผลลัพธ์

Customer Analysis Program

Objective

  1. เพื่อให้นักขายมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ลูกค้าโดยใช้จิตวิทยาเพื่อเข้าถึงความต้องการและตอบสนองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  2. เพื่อให้นักขายสามารถปรับตัวกับสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงในยุคตลาดยุค 4.0 และรู้เท่าทัน พฤติกรรมของผู้ซื้อทั้งแบบ B2B และ B2C
  3. เพื่อให้นักขายเข้าใจถึงกระบวนการขายตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงการปิดการขายรวมไปถึงการรักษาฐานลูกค้าไว้ได้อย่างยั่งยืน

หลักสูตร ศิลปะการพูดในที่ชุมชน

The Art of Public Speaking Program

Objective

เพื่อให้ผู้อบรมมีความรู้ (Knowledge) จากการ “พูดได้” ไปสู่การ “พูดเป็น” การอบรมในหลักสูตรยังช่วยให้ผู้อบรมมีความเข้าใจ (Understand) การขจัดอาการประหม่า ลดความตื่นเต้นเมื่อต้องขึ้นพูดบนเวที มีความมั่นใจในการปรากฏตัวด้วยความเชื่อมั่น สง่างาม การอบรมยังช่วยแก้ไขอาการสิ่งที่พูดไม่เตรียม สิ่งที่เตรียมไม่ได้พูด สับสน วกวน ไม่รู้จะเริ่มต้นพูดอย่างไร ด้วยการฝึกทักษะ (Skill) การพูดบนเวทีอย่างมีโครงเรื่อง รู้หลักการเริ่มต้นการพูด การดำเนินเรื่อง การสรุปจบการพูดอย่างสัมฤทธิ์ผล การอบรมในหลักสูตร ยังช่วยสร้างทัศนะคติ (Attitude) ที่ถูกต้องในการเตรียมการพูด การมีความกล้าที่ลุกขึ้นยืนพูดต่อหน้าฝูงชนจำนวนมากในที่สาธารณะ การสร้างความมั่นใจ การพัฒนาตนเองไปสู่นักพูดที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การอบรมยังช่วยพัฒนาบุคลิกภาพที่ดีให้กับผู้เข้ารับการอบรม เพื่อให้สามารถพูดต่อหน้าที่ชุมชนได้อย่างน่าประทับใจและเข้าไปนั่งอยู่ในหัวใจของผู้ฟังอย่างบรรลุผลตามวัตถุปะสงค์ของการพูด

กิจกรรมการแก้ไขปัญหา และ ตัดสินใจอย่างเฉียบคม

Workshop Problem Solving & Decision Making

Objective

  1. สร้างทักษะการคิดสำหรับการแก้ปัญหา
  2. สร้างทักษะการคิดสำหรับการตัดสินใจ
  3. มีทักษะในการคิดอย่างเป็นระบบ สามารถแก้ไขปัญหา และตัดสินใจในสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง
  4. ผู้เข้าสัมมนาจะเพิ่มพูนทักษะจากการปฏิบัติ (Workshop) เน้นเรียนรู้กระบวนการวิเคราะห์ปัญหาและตัดสินใจ อย่างเป็นระบบ จัดทำแผนดำเนินงานรองรับ และใช้เครื่องมือในการจัดการปัญหาได้อย่างเหมาะสม

พูดเป็นดึงดูดใจ พรีเซนต์ได้อย่างมีพลัง

Magnetic Speak-up Program

Objective

  1. เพื่อเพิ่มโอกาสให้มีก้าวหน้าในอาชีพ และหน้าที่การงานจากความมั่นใจในการสื่อสารต่อหน้าที่สาธารณะกล้าพูด กล้าแสดงออกถึงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์
  2. เข้าใจวิธีคิดที่ถูกต้องเมื่อต้องพูดและสื่อสารต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก
  3. เรียนรู้การควบคุมสถานการณ์ ความประหม่า เมื่อต้องขึ้นพูด หรือนำเสนองานสำคัญ
  4. สามารถนำเสนองานได้อย่างน่าสนใจ และโน้มน้าวใจผู้ฟัง 

หลักสูตร การพัฒนาองค์กรสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงบวก

Organisational Development to Positive Change Program

Objective

  1. เพื่อให้ตระหนักในความสำคัญของการพัฒนาองค์กรที่มีผลต่อความสำเร็จขององค์กร
  2. เพื่อให้เข้าใจหลักการ และเรียนรู้เทคนิคในการพัฒนาองค์กรที่มีประสิทธิผล
  3. เพื่อฝึกปฏิบัติการใช้เทคนิคการพัฒนาองค์กรให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด

ปลุกสุดยอดภาวะผู้นําในตัวคุณ

Supreme Leadership Essential.

Objective

  1. เรียนรู้แนวคิดในการบริหารงานแบบใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทํางาน
  2. เข้าใจถึง “ระดับภาวะผู้นํา” ส่วนบุคคลในปัจจุบัน เพื่อพัฒนาต่อไปในระดับถัดไปในอนาคต
  3. เพิ่มทักษะในการเชื่อมความสัมพันธ์กับทีมงานได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
  4. รู้จักการสื่อสาร มอบหมายงานที่ชัดเจน ตรงประเด็น รวมถึงวิธีการจัดแบ่งงานอย่างชัดเจน
  5. สามารถโน้มน้าวทีมงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามลักษณะประเภทของคน
  6. ให้คําเเนะนําหรือ Feedback งานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ขายตัวเองได้-ขายอะไรก็ดี

How to sell yourself

Objective

  1. เพื่อพัฒนาและปรับกลยุทธ์การขาย

  2. ยกระดับทีมงานขายได้อย่างเป็นรูปธรรม

  3. สามารถนําไปใช้เป็นเครื่องมือในการเพิ่มยอดขาย

ทักษะการฟังระดับลึก

Deep Listening Skills

Objective

  1. เข้าใจถึงความสําคัญของการฟัง
  2. เข้าใจหลักการฟัง 5 ระดับ
  3. ปรับปรุงและพัฒนาบุคลิกภาพ พร้อมทักษะการฟังให้เหมาะสมและถูกต้อง
  4. มีความสามารถในการตกผลึกความรู้ และนําทักษะการฟังไปใช้ได้จริง

พัฒนาทัศนคติเชิงบวก เพื่อการก้าวหน้าในองค์กร

Positive Mindset for Positive Growth

Objective

  1. เข้าใจพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเบื้องหลังกระบวนการการคิดบวก
  2. ตระหนักถึงความสําคัญของการคิดบวก
  3. เรียนรู้ทักษะการคิดบวก พร้อมฝึกฝน และสามารถนําไปใช้งานได้จริง
  4. เข้าใจมุมมองของตัวเองเเละคนอื่นมากขึ้น
  5. สร้างวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่ดีขึ้น
  6. สามารถสร้างบรรยากาศที่ดีแก่เพื่อนร่วมงาน ให้คิดบวกมากขึ้น
  7. สามารถแยกแยะระหว่างข้อเท็จจริงกับสิ่งที่คิดไปเอง เพื่อให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  8. สามารถรับผิดชอบความคิดของตัวเองได้
  •  

จัดการความเครียด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงา

Stress Management for working efficiency

Objective

  1. เข้าใจถึงความสำคัญของ EQ
  2. เข้าใจว่า EQ คืออะไร
  3. เข้าใจองค์ประกอบของ EQ
  4. แบบทดสอบวัดค่า ความเท่าทันต่อตัวเอง
  5. ได้ 10 เครื่องมือในการประยุคในการพัฒนา ความเท่าทันต่อตัวเอง
  6. รู้จักตัวเอง และเห็นชุดระบบแพทเทินการเกิดอารมณ์ของตัวเองได้ชัดขึ้น
  7. รู้จักความคิด ที่ก่อให้เกิดอารมณ์ของตัวเองมากขึ้น
  8. เท่าทัน พฤติกรรม ความคิดตัวเองได้เร็วขึ้น
  9. มีความสามารถในการตื่นตัว เเละตื่นรู้ต่ออารมณ์มากขึ้น

สร้างตัวตนให้ดัง ธุรกิจปัง ด้วย Personal branding

Personal Branding make Billion Program

Objective

  1. การนำเสนอคุณค่าของเเบรนด์หรือตัวบุคคลเพื่อการจดจำที่ดีและยั่งยืน
  2. สร้างโอกาสทางการค้าได้มากขึ้น
  3. สร้าง Loyalty ของเเบรนด์หรือตัวบุคคล
  4. สร้างจุดขายให้โดดเด่นและจำง่าย
  5. เพื่อสร้างแบรนด์ตัวตนไปพร้อมกับเเบรนด์ธุรกิจ

คำถามที่พบบ่อย [FAQ] เกี่ยวกับ หลักสูตรอบรมองค์กร ?

LifeEnricher ดำเนินการสอนหลักโดย คุณโอม หะริน จงเจริญรัตน์ CEO บริษัท  Life Enricher Group และยังมีผู้สอนในเครือของบริษัทอีกหลายท่าน ที่เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อรองรับการสอนอย่างมืออาชีพให้กับทีมงานของคุณได้เต็มที่

หลักสูตรอบรมองค์กร ที่ดำเนินการสอนโดยคุณโอม หะริน จงเจริญรัตน์ และวิทยากรท่านอื่นๆ ได้แก่

01 ทัศนคติบวก กับการเติบโตแบบทวีคูณ (Positive Mindset for Positive Growth)

02 เทคนิคการฟังระดับลึกถึงใจคน (Deep Listening Skills)

03 พัฒนาแรงบันดาลใจ เพื่อทะลุขีดจำกัดของตัวเอง (Motivation Development for Self Breakthrough)

04 เทคนิคการโค้ชชิ่ง สำหรับผู้จัดการระดับสูง (Coaching Skills for Executive Level)

05 ดึงศักยภาพของภาวะผู้นำ 100% (Supreme Leadership Essential)

06 NLP เพื่อพัฒนาศักยภาพจากภายในสู่ภายนอก (NLP for Personal Effectiveness)

07 ขายตัวเองได้ ขายอะไรก็ดี (How to sale yourself)

08 การจัดการความเครียด ความกดดัน ในที่ทำงานแบบมืออาชีพ (Stress Management at workplace)

09 การสื่อสารแบบมืออาชีพ เพื่อการทำงานแบบมีประสิทธิภาพ (Communication Expert)

10 การจัดการความขัดเเย้งภายในองค์กร (Organisational Conflict Management)

11 การจัดการอารมณ์เพื่อ “ความสุข” ในที่ทำงาน (EQ development for happy workplace)

12 ในยุคดิจิตอล กับการเป็นผู้นำที่มีประสิทธิาพ (Leadership Effectiveness for Digital Era)

13 การเป็นผู้นำที่ได้ใจคนในทีม (Emphatic Leadership)

14 วิเคราะห์ได้ ขายเป็น เห็นผลลัพธ์

15  The art of public speaking

16  พูดเป็นดึงดูดใจ พรีเซนต์ได้อย่างมีพลัง (Magnetic Speak-up Program)

17  หลักสูตร Personal Branding make Billion

18  การพัฒนาองค์กรสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงบวก

สำหรับหลักสูตรทั่วไปของการพัฒนาองค์กร เต็มวัน (8 ชั่วโมง) มูลค่า 85,000 บาท
หลักสูตรครึ่งวัน (4ชั่วโมง) มูลค่า 55,000 บาท เฉพาะในกรุงเทพมหานคร ในกรณีต่างจังหวัด เป็นไปตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่ต้น

การอบรมองค์กร ยิ่งใช้เวลาหลายวัน ผลลัพธ์ก็ทวีคูณตาม แน่นอน เพราะ การอบรมต้องมีช่วงเวลาทั้งทฤษฎี และ ปฏิบัติ เพื่อได้มีเวลาให้ผู้เรียนได้ย่อย ได้ทำตามกระบวนความคิดของแต่ละคน อย่างไรก็ตาม หากมีการเทรนนิ่งสอน ในระดับ adult learning การเรียนรู้ในวันเดียวก็สามารถส่งผลต่อผลลัพธ์ของผู้เข้าร่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาวเช่นกัน และนั้นคือสิ่งที่ LifeEnricher ทำได้ดี เพราะมากกว่าการสอน เราถ่ายทอดการเรียนรู้ ด้วยศาสตร์ของจิตวิทยา เพื่อให้คนจำติดนาน

Life Enricher ขอแนะนำ 10 เทคนิคในการเลือกวิทยากรแบบมืออาชีพให้กับทุกคนครับ

1.ความน่าเชื่อถือ

นอกจากเรื่องของประสบการณ์แล้ว ความน่าเชื่อถือขอวิทยากร เป็นเรื่องที่สำคัญข้อแรกที่ควรพิจารณา ซึ่งคุณสามารถดูได้จากอะไรได้บ้าง? ยกตัวอย่างง่ายๆเลย ก็คือ วิทยากรท่านนั้น ได้มีการอบรม หรือถูกเทรนนิ่งจากที่ไหนมาก่อนหรือไม่? มีใบประกาศนียบัตร หรือ certification รองรับการเทรนนิ่งตามหลักสูตรมาตรฐานสากลไหม? เพราะวิทยากรที่ถูกรับรองจากสถาบันที่น่าเชื่อถือ ย่อมมีความน่าเชื่อถือมากกว่า และสามารถยืนยันได้ระดับหนึ่งว่า วิทยากรท่านนี้ ควรได้มาอบรมให้กับองค์กรของเรา

2. จุดเด่นของวิทยากรท่านนั้น คือ เรื่องอะไร?

แน่นอนว่า วิทยากรในยุคนี้มีหลายศาสตร์ หลายแขนงมากมายให้เราได้เลือกเรียน แล้ววิทยากรท่านไหนที่จะตอบโจทย์ของการอบรมองค์กรเรามากที่สุดกันล่ะ อาทิเช่น คิดบวกเพิ่มพลังชีวิต, ค้นหาความหมายของชีวิตเพื่อพิชิตเป้าหมาย, การพูด Public Speaking, การทำโฆษณาคลาสออนไลน์อย่างไรให้ปัง, ยอดขาย ทะลุล้านง่ายนิดเดียว หรืออีกเยอะมากมาย สำหรับการอบรมองค์กร เพราะฉะนั้น หากวิทยากรที่คุณเลือกมีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์การอบรมด้านนั้นๆ อยู่แล้ว ก็จะทำให้องค์กรของคุณได้รับการอบรมที่มืออาชีพ และมีประสิทธิภาพสูงสุด

3. อย่าให้ความดังหลอกตา

ในปัจจุบัน มีเพจ การพัฒนาตัวเองเกิดขึ้นมากมาย เพจที่คนไลค์เยอะ เป็นคนรู้จักในวงกว้าง คนดังในสังคม ไม่ได้หมายความว่า คนนั้นสอนเก่ง เหมือนกับคนตัดต่อวิดีโอ ไม่ได้หมายความเขาสามารถเป็นโค้ช หรือ เทรนเนอร์ได้เอง เหมือนกันเลยกับ 2 ตัวอย่างนี้ เพราะฉะนั้น อย่าเลือกวิทยากร เพียงเพราะเป็นคนดัง แต่จงเลือกความเป็นมืออาชีพ

4. ก่อนตัดสินใจจ้างวิทยากรต้องสร้างโอกาสพูดคุยกันก่อนเสมอ

มันคือ การสร้างโอกาสให้คุณได้พูดคุยกับวิทยากรท่านนั้น ก่อนการอบรม และ การพูดคุยนี้ ควรพูดไปถึงสิ่งที่คุณต้องการให้อบรม ในองค์กรของคุณด้วย วิทยากรสามารถปรับเนื้อหาให้ตรงจุดที่คุณต้องการ และควรทำการบ้านก่อนมาเจอคุณ เพื่อการคุยที่มีประสิทธิภาพ และสังเกตอีกด้วยว่า วิทยากรพูดรู้เรื่องหรือไม่ เพราะนั่นคือ จริตในการสอน และความมืออาชีพด้วยเช่นกัน

5. แอบทดสอบวิทยากรท่านนั้นว่าเขามีการฟังที่ดีหรือไม่?

ต่อจากการที่ไปพูดคุยกันแล้วนั้น คุณลองถามเขาอีกครั้งดูได้ว่า “ช่วยสรุปให้หน่อยได้ไหม ว่าเมื่อกี้เราคุยเรื่องอะไรกันบ้าง?” เพราะการฟังที่ดี ย่อมไปสู่การสะท้อน และการถ่ายทอดเนื้อหาข้อมูลได้ดี หรือถามเพิ่มเติมได้ว่า “คุณเคยมีประสบการณ์การสอนที่คล้ายกันบ้างไหม?” หรือ “คุณมีตัวอย่างการอบรม ก่อน และ หลังการอบรมไหมว่าพวกเขามีการเปลี่ยนแแปลงไปมากน้อยขนาดไหน” คุณสามารถถามคำถามเหล่านี้กับวิทยากรที่คุณกำลังพิจารณาอยู่ได้

6. ขอตัวอย่างคลิปการสอนของวิทยากรท่านนั้น

คลิปการสอนนี้ไม่ใช่แค่การพูดเหมือนในออนไลน์ หัวข้อสั้นๆ แต่คือ คลิปบรรยากาศของการอบรมจริงๆ เพื่อดูจังหวะ และ จริตของการสอนว่าตรงตามความต้องการของคุณหรือไม่

7. สังเกตภาษาที่วิทยากรท่านนั้นใช้

การใช้ภาษาของวิทยากร คือ เรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่ง เพราะนั้นหมายถึงการถ่ายทอด และสื่อสารได้ตรงกลุ่มเป้าหมายที่คุณตั้งใจไว้หรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น การเทรนนิ่งพนักงานทั่วไป ต้องใช้ภาษาที่มีความสนุก เฮฮา เอ็นเตอร์เทนต์สักหน่อย เพื่อความเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และหากเป็นผู้บริหารระดับสูง จะใช้ภาษาการสอนที่ลึกซึ้งมากขึ้น วิชาการแน่นมากขึ้น มีหลักฐานพร้อมเรื่องที่พิสูจน์ได้จริง

8. เลือกวิทยากรที่มีความแตกต่าง และ ทันสมัยกับยุคปัจจุบัน

วิทยากรมีความทันสมัยตรงกับยุคปัจจุบันมากขึ้น กล่าวคือ โลกของเราเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมาก จนบางครั้งเราเองก็ตามกันแทบไม่ทันเลยทีเดียว ในยุคที่เทคโนโลยี ได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในชีวิตประจำวัน การอบรมที่ทันกับคนยุคปัจบันยิ่งตอบโจทย์มากกว่า เพราะกรอบกระบวนความคิดแบบเดิมๆ อาจจะใช้ไม่ได้อีกต่อไปกับคนยุคใหม่

9. เป็นวิทยากรที่เก่งวิชาการ แล้วควรเก่ง เรื่องคนด้วย

วิทยากรที่เก่งจริงๆนั้น นอกจากต้องเก่งวิชาการ เก่งข้อมูลแล้ว ยังต้องเก่งเรื่องคนอีกด้วย เพราะการที่วิทยากรเข้าใจคน เข้าใจกลุ่มเป้าหมาย ทำให้วิทยากรสามารถถ่ายทอดเรื่องราวออกมาได้ดียิ่งขึ้น และที่สำคัญหากได้รับรองจากสถาบันระดับนานาชาติ ที่น่าเชื่อถือ ได้ผ่านการอบรมด้านจิตวิทยาสื่อประสาท ศาสตร์ความรู้ต่างๆ รวมถึง Adult learning จะยิ่งทำให้การอบรมองค์กรมีการถ่ายทอด และสื่อสารได้อย่างดีเยี่ยมมากยิ่งขึ้น

10. ถ้าเป็นวิทยากรที่เข้าใจมุมมองธุรกิจด้วยจะยิ่งตอบโจทย์

เพราะเขาจะมีมุมมองที่ไม่ใช่แค่ในหนังสือ แต่คือประสบการณ์จากการทำธุรกิจ และเจอปัญหาเหล่านั้นกับตัวเองจริงๆ การมองเกม การมองคน และวิเคราะห์ต่างๆจะเฉียบคมมากยิ่งขึ้น เพราะเขามีมุมมองของผู้ประกอบการ ไม่ใช่แค่วิทยากรเท่านั้น มีธุรกิจที่ทำจริง เจออุปสรรคในธุรกิจจริง มีประสบการณ์เรื่องของคนจริงๆ หากคุณเป็นองค์กรที่ต้องการวิทยากรที่เข้าใจมุมมองธุรกิจ ก็จะยิ่งทำให้การอบรมนั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เพราะการเลือกวิทยากรคืองานประณีตที่ต้องดีที่สุด หากคุณกำลังมองหาวิทยากรที่ตอบโจทย์ทั้ง 10 ข้อนี้ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลกับ LifeEnricher ได้เลยครับ

สิ่งแรกที่ต้องทราบก่อนการอบรม คือ วัตถุประสงค์ของการอบรมพนักงานของคุณ คืออะไร? เพราะถ้าบริษัทของคุณ ดำเนินธุรกิจด้วย ai เทคโนโลยีเป็นหลัก พนักงานของคุณอาจจะไม่ต้องพัฒนาในส่วนของ hard skills เยอะ และในขณะเดียวกัน คุณอาจจะอยากพัฒนาในเรื่องของแรงจูงใจในการทำงาน ความสุขของพนักงานในองค์กร อัตราการลาออกของพนักงานน้อยลง พนักงานมีความสุข ผลลัพธ์ในองค์กรก็ดี หรือถ้าวัตถุประสงค์ของคุณ คือ การสร้างผู้นำในองค์กร แน่นอนว่า คำว่า “ผู้นำ” นั้น คือคนที่สามารถนำคนได้ เพราะฉะนั้นทักษะเหล่านี้มีความจำเป็นที่สูงมาก เพราะหากคุณต้องการสร้างผู้จัดการ ผู้บริหาร หรือผู้นำในองค์กร

ต่อมา คุณก็กลับมาตรวจดูงบประมาณในการพัฒนาองค์กร เพราะแน่นอนว่า sme เล็กๆ อาจจะไม่ได้มีงบเยอะในการพัฒนาองค์กร เพราะฉะนั้นต้องมีการจัดสรรปันส่วนได้อย่างเหมาะสม และปัจจุบันก็มีหลายช่องทางในการเรียนรู้ อาทิเช่น คลาสออนไลน์ ราคาเริ่มต้นตั้งแต่หลักร้อย จนถึงหลักพัน หลักหมื่น ในยุคดิจิตอล ถ้าคุณใช้ระโยชน์กับตรงนี้ได้ คุณจะสามารถเรียนรู้เรื่องที่คุณต้องการ ในราคาที่เหมาะสมสำหรับคุณได้เช่นกัน  อย่างไรก็ตาม หากคุณให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงทีมงานของคุณอย่างรวดเร็ว เข้มข้น และมีประสิทธิภาพสูง ทางเลือกในการจัดอบรมก็เป็นสิ่งที่สำคัญอยู่มาก ดังนั้นการจัดสัมมนา การอบรมให้กับพนักงานย่อมมีความจำเป็นสูง ตามงบประมาณที่มี

และที่สำคัญ วิทยากรทั่วไปในตลาด เราสามารถหาได้ตั้งแต่วันละ 15,000 บาทจนถึง วันละหลักแสน ราคาทั้งหมดนี้ไม่ได้อยู่แค่ที่เนื้อหาของการเรียนรู้ เพราะเนื้อหา ณ ปัจจุบัน ในโลกออนไลน์ก็มีมากมาย แต่สิ่งสำคัญ คือ คุณสมบัติในการถ่ายทอด  ความเข้าใจที่ลึกซึ้ง และเทคนิคในการนำส่งสารข้อมูลให้ผู้เรียนเปิดใจได้เรียนรู้ เเละได้การเปลี่ยนแปลงจริง นั่นต่างหากคือ มูลค่าที่แท้จริง ของการจ้างเทรนเนอร์คุณภาพสูง ซึ่ง Life Enricher ให้ความสำคัญในเรื่องของการเรียนรู้ที่ได้ผลลัพธ์ในระยะยาว

งบประมาณที่คุณเลือกนั้น ต้องมาจากประสบการณ์ของวิทยากรด้วย แน่นอนว่าวิทยากรที่ผ่านการรับรอง หรือได้รับประกาศนียบัตรมามากมาย ได้มีโอกาสอบรมให้กับองค์กรหลายแห่ง ย่อมมีโอกาสที่จะคิดราคาค่าตัวสูงกว่า ก่อนที่คุณจะตัดสินใจว่าราคาในการว่าจ้างควรอยู่ตรงไหน อยากให้คุณตระหนักถึง background ของวิทยากร ใบประกาศนียบัตรที่ได้รับมา กลุ่มลูกค้าที่เคยจ้างเขา หรือหากเป็นไปได้ ให้ลองหาช่องทางการสอนของเขา ที่เป็นตัวอย่าง เช่น youtube, facebook เป็นต้น เพื่อดูรูปแบบการสอนของเขา ภาษาที่ใช้ ตอบโจทย์กับวัฒนธรรมในองค์กรของคุณหรือเปล่า

อีกทั้ง อย่าด่วนตัดสินใจในการสรุปราคา ควรหาตัวเลือกอย่างน้อย 2-3 คนในการเลือกและเปรียบเทียบจากราคารวมถึงประสบการณ์ของแต่ละคน และที่สำคัญที่สุด ห้ามพลาดการโทรคุย และมอบโจทย์ยากๆให้เขาคิด และตอบ ณ ตอนนั้น เพราะนั่นคือการทดสอบไหวพริบได้อย่างรวดเร็วที่สุด เพราะถ้าหากว่า คุณไม่ได้โทร คุณแค่ส่งเอกสาร คำตอบที่ได้กลับมา ก็อาจจะไม่ได้วิธีคิดของวิทยากรท่านนั้นจริงๆ อย่างไรก็ตาม หากคุณต้องการความชัดเจนเพิ่มขึ้น คุณอาจจะให้เขาส่งรายละเอียดที่วิทยากรท่านนั้นมานำเสนอ เพื่อที่จะได้รู้ว่า วิทยากรท่านไหนสามารถออกแบบการอบรมได้ดีที่สุด ใส่ใจเรามากที่สุด นั่นคือวิทยากรมืออาชีพ และคุ้มค่ากับราคา

สุดท้าย อย่าติดกับดักจ้างวิทยากรราคาถูก และสุดท้าย คุณเสียเวลา พนักงานเสียเวลาในการทำงานทั้งวัน เสียค่าสถานที่ และจบวันแค่ว่า “ก็ดีนะ แต่ก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลง” นั่นต่างหาก คือ การลงทุนที่ขาดทุน เพราะเมื่อคุณเลือกที่จะจัดเวลาอบรมทั้งบริษัทแล้ว ดังนั้นศึกษาให้ดี ตัดสินใจให้คุ้ม บางทีสิ่งที่คุ้มอาจจะไม่ใช่การจ้างวิทยากรที่ถูกใจ แต่ต้องเลือกให้ได้ผลลัพธ์ที่ถูกใจในราคาที่ถูกต้อง

ตอบ เป็นเรื่องที่ HR หรือเจ้าของกิจการ ทักเข้ามาถามเยอะมาก ว่าควรพัฒนาพนักงานเรื่องไหนก่อนดี วันนี้ Life Enricher จึงได้นำแนวทางในการอบรมองค์กรมาฝากกันค่ะ

การอบรม hard skills เฉพาะทาง หมายถึง ทักษะที่เฉพาะเจาะจงที่แต่ละคนใช้ในการทำงานในส่วนนั้นๆ เนื่องจากเนื้องานต้องการทักษะเหล่านั้น เพราะฉะนั้นนี่คือ priority แรกที่ควรอบรม เช่น นักขาย ควรเรียนรู้การขาย นักการตลาด ควรเรียนรู้เรื่องการตลาด คนยิงแอดเฟสบุ๊ค ควรเรียนเรื่องการยิงแอด หรือพนักงานบัญชีควรเรียนรู้เรื่องการทำบัญชี นี่คือทักษะเฉพาะเจาะจงที่เรากำลังหมายถึง

2 เมื่อทักษะเฉพาะทางสามารถดำเนินได้อย่างไม่ติดขัดแล้ว การพัฒนาเรื่องสำคัญขององค์กร คือ หัวใจจริงๆของการทำงาน นั่นคือ “ปัญหาคน” โดยปัญหาคน แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ทะเลาะกับตัวเอง กับ ทะเลาะกับคนอื่น และการที่จะทำให้คนหนึ่งคนเข้าใจผู้อื่นมากขึ้น ต้องเกิดจากการที่เขาต้องเข้าใจตัวเองก่อน

3. เรื่องถัดไป คือ ทัศนคติ (mindset) เริ่มจากแนวคิดของการรักการเรียนรู้ ปัจจุบันทุกองค์กรอยู่ในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว live long learning จึงเป็นอีกหนึ่งคำที่สำคัญ ที่ทุกองค์กรต้องปลูกฝังให้กับพนักงาน เพื่อเปิดรับความรู้ใหม่ๆเพื่อพัฒนาการทำงานออยู่ตลอด เพราะฉะนั้นแนวคิดที่รักการเรียนรู้ เป็นเรื่องที่ต้องพัฒนา ปราศจากสิ่งนี้ เทรนนิ่งจะไม่มีประโยชน์เลย คุณต้องทำให้เขาเห็นให้ได้ว่า การที่เขาพัฒนาเป็นผลดีของชีวิตเขา

4 เข้าใจเหตุผล และเข้าใจว่าทำไมตัวเขาถึงทำงานที่นี่ เพราะเมื่อเขาเข้าใจแรงจูงใจของตัวเอง เขาก็จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงไฟในการทำงาน แรงบันดาลใจในการทำงาน รวมถึงสภาวะความสุขในการทำงานอีกด้วย

5 ความฉลาดทางอารมณ์ เป็นเรื่องถัดไปที่ต้องพัฒนา เพราะเมื่อเข้าใจตัวเองแล้ว มีทักษะเเล้ว รักการเรียนรู้แล้ว สิ่งที่สำคัญต่อมา คือการสู้กับปัญหาระหว่างทาง ปัญหาที่จะต้องเจอในเรื่องการทำงาน และเพื่อนร่วมงาน ทักษะ EQ หรือความฉลาดทางอารมณ์จะเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้พนักงานทุกคนผ่านเรื่องยากๆได้อย่างเรียบง่าย โดยปราศจากความโกรธ ความเครียด ความเศร้า ความกังวล ผลลัพธ์ต่างๆจะทำให้คนเหล่านี้ สามารถสร้างผลลัพธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง

6 เรื่องของ ทักษะคน นอกจากที่เขาจะเข้าใจตัวเองแล้ว สิ่งที่เขาต้องเข้าใจถัดมา คือ เรื่องของคน ความเข้าใจผิดของคนส่วนใหญ่ คือ ชอบคิดว่าคนอื่นต้องเป็นเหมือนตัวเรา แต่ในความเป็นจริงแล้ว คนแต่ละคนไม่เหมือนกัน มุมมองความเข้าใจคนในแต่ละมุมที่ไม่เหมือนกัน ต้องปรับการสื่อสารที่แตกต่างกัน จะส่งผลให้เราสามารถโน้มน้าว สื่อสาร มอบหมายงาน ให้ฟีดเเบ็ค หรือ ประสานงานกันในทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยกตัวอย่าง พนักงานคนหนึ่งชอบการสื่อสารที่สั้น กระชับ ได้ใจความ กับพนักงานอีกคนหนึ่ง ชอบการสื่อสารแบบอ้อมๆ รักษาน้ำใจ แค่สองคนนี้มาคุยกัน ถ้าไม่เข้าใจเรื่องคน การทำงานก็สะดุดแล้ว แต่แค่มีทักษะของคน เพิ่มเข้ามา จะทำให้งานเดินได้อย่างลื่นไหลทันที เพราะเราเข้าใจความเป็นปัจเจกบุคคล

7 เมื่อจัดการตัวเองได้เเล้ว คุณต้องมีคุณสมบัติในการบริหารคน ดึงศักยภาพในผู้คน และเป็นแบบอย่างที่ดี นั่นคือสิ่งที่ผู้นำ และผู้ตามทำงานแตกต่างกัน เพราะ ผู้นำทำก่อน รับผิดชอบมากกว่า มีทัศนคติที่ใจกว้างกว่า และ สามารถโอบอุ้มทีมงานได้ ไม่ใช่คนที่ชี้นิ้วสั่ง โดยเฉพาะยุคนี้ที่จะมี วลี คำว่า “Leader as  Coach” หรือ ผู้นำในแบบของโค้ช ซึ่งเป็นเทรนด์ที่กำลงมาแรงมากในปัจจุบัน ถือว่าเป็นเทรนด์ใน 20s century skills ในการพัฒนาภาวะผู้นำ ดังนั้น หากองค์กรของคุณกำลังตั้งเป้าหมายในการสร้างผู้นำ Coaching  เป็นหนึ่งศาสตร์ที่คุณห้ามพลาด และใน Life Enricher เรามี signature training คือ หลักสูตร Peak Performance Coach ที่จะใช้ในการโค้ชชิ่ง เพื่อให้ผู้นำของคุณไม่ได้สร้างผู้ตาม แต่เป็นการที่ผู้นำของคุณจะสร้างผู้นำ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ถ้าคุณสนใจและต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตรของเรา

รบกวนใส่ข้อมูลในช่องลงทะเบียนด้านข้างนี้ ทางเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับอย่างเร็วที่สุด

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า